7 จุดสำคัญในห้องน้ำ ที่ต้องหมั่นดูแลความสะอาด

7 จุดสำคัญในห้องน้ำ ที่ต้องหมั่นดูแลความสะอาด

วันนี้ nahm มีเทคนิคในการทำความสะอาดจุดต่าง ๆ ในห้องน้ำมาฝากกันครับ แน่นอนว่าแม่บ้าน พ่อบ้านทั้งหลายจะต้องเจอกับปัญหาคราบสกปรกในห้องน้ำเป็นประจำ แต่จะมีวิธีไหนบ้างที่สามารถขจัดคราบสิ่งสกปรกเหล่านั้นให้ออกไปแบบง่าย ๆ มาดูกันเลยครับ


“โถสุขภัณฑ์” คราบใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม


โถสุขภัณฑ์

การดูแลรักษาโถสุขภัณฑ์ให้ปราศจากเชื้อโรคนั้น เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำเป็นประจำ สามารถทำความสะอาดได้โดย

  • ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจานผสมน้ำ เช็ดทำความสะอาดสุขภัณฑ์และฝารองนั่ง แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด และเช็ดให้แห้ง ควรทำความสะอาดเป็นประจำ (อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง) เพื่อขจัดคราบสกปรกที่อาจตกค้างจากการใช้งานได้

  • หากเกิดคราบน้ำ (ที่เกิดจากการไหลของน้ำในจุดเดิมซ้ำ ๆ ซึ่งในน้ำจะมีพวกเศษตะกอนชิ้นเล็กปะปนอยู่ หากไม่ได้ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อาจสะสมเป็นคราบที่ฝั่งแน่นได้) ให้ใช้สก๊อตไบท์ชุบน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำขัดเน้นเฉพาะจุดในส่วนที่เกิดคราบน้ำ (ต้องระวังไม่ให้น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำโดนฝารองนั่งด้วยนะครับ) หรือสามารถในกระดาษทรายเบอร์ละเอียด (เบอร์ 1,000 ขึ้นไป) ชุบน้ำเล็กน้อยขัดเน้นเฉพาะจุดในส่วนที่เกิดคราบน้ำ



“อ่างล้างหน้า” จุดชำระล้าง ที่ต้องดูแลให้สะอาด


อ่างล้างหน้า

อ่างล้างหน้า หากใช้ไประยะเวลานาน ๆ จะมีคราบที่เรามักขัดออกได้ยาก การดูแลและทำความสะอาดสามารถทำได้ง่ายๆ จากของใกล้ตัวเรานี่เองครับ

  • ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจานผสมน้ำ ทำความสะอาดบริเวณอ่างล้างหน้า สะดืออ่าง หรือก๊อกน้ำ (เช่นเดียวกับการทำความสะอาดสุขภัณฑ์) แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด และเช็ดให้แห้ง ควรทำความสะอาดเป็นประจำนะครับ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อความสะอาด และสุขอนามัยในการใช้งาน

  • หากมีคราบน้ำหรือคราบขาวเกาะบริเวณสะดืออ่างหรือก๊อกน้ำ แนะนำให้ใช้ผ้าสะอาดชุบส้มสายชูผสมน้ำ ในอัตราส่วนส่วน 1:5 เช็ดหรือประคบในส่วนที่เกิดคราบไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และเช็ดทำความสะอาดให้แห้ง แล้วใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเคลือบเงาผิวสแตนเลสโดยเฉพาะเคลือบไว้อีกครั้ง เพียงเท่านี้ก็จะได้อ่างที่สะอาด ดูเงางามเหมือนใหม่เลยล่ะ

  • หรือหากระบบน้ำเริ่มไหลระบายได้ไม่สะดวก ซึ่งอาจเกิดจากการอุดตัน ที่มีสาเหตุจากการที่มีสิ่งสกปรก เช่น เส้นผม เศษขยะชิ้นเล็ก ๆ หรือคราบไขมันต่าง ๆ ไปอุดตันอยู่ในท่อระบายน้ำทิ้ง จนทำให้น้ำไม่สามารถไหลระบายได้สะดวก อาจจะไหลได้ช้าหรือไหลระบายไม่ได้ สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากแบบไม่ใช้สารเคมี

วิธีที่ 1 หาเส้นลวด ไม้แขวนเสื้อ หรืองูเหล็ก ทำเป็นปากตะขอ แล้วหย่อนลงรูระบายน้ำ เพื่อดึงเศษเส้นผมหรือสิ่งอุดตันออกมาให้ได้มากที่สุด ไม่ให้ขวางทางระบายน้ำ

หรือวิธีที่ 2 ใต้อ่างล้างหน้าจะมีท่อน้ำทิ้งอยู่ ให้หมุนเกลียวถอดท่อน้ำทิ้งออก (ส่วนที่เป็นท่อดักกลิ่น) เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตัน ขวางทางระบายน้ำออก แล้วเก็บประกอบให้เรียบร้อย



“อ่างอาบน้ำ” สร้างความวาว ให้ว๊าวได้เหมือนใหม่


อ่างอาบน้ำ

อ่างอาบน้ำโดยทั่วไปจะเป็นอ่างอาบน้ำที่ทำจากอะคริลิค ซึ่งเมื่อเราใช้ไปนาน ๆ จะมีคราบไขมันสบู่และคราบเหงื่อไคลจากร่างกายเกาะติดอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของอ่างอาบน้ำ ทำให้เป็นรอยคราบ เราสามารถทำความสะอาดได้ง่าย เพียงแค่ใช้น้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจานผสมน้ำทำความสะอาด แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดครับ (แต่ควรทำเป็นประจำนะครับ เพื่อที่คราบสกปรกเหล่านี้จะไม่สะสมจนเกิดเป็นคราบฝังแน่นที่ทำความสะอาดได้ยากครับ) หรือเมื่อใช้ไปนาน ๆ อ่างอาบน้ำเริ่มดูเก่า ไม่เงางามแลดูเหมือนใหม่ แก้ไขไม่ยากเลยครับ เพียงใช้แว็กซ์ขัดเคลือบเงารถยนต์ขัดอ่างอาบน้ำ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด (ทำปีละ 2 ครั้งก็พอครับ) เพียงเท่านี้อ่างอาบน้ำของเราก็จะกลับมาแวววาวได้อีกครั้งครับ



“ห้องอาบน้ำ” และ “ม่าน” จุดใหญ่เล็ก ที่ต้องเช็คให้ละเอียด


ห้องอาบน้ำ

  • พื้นที่อาบน้ำที่กั้นด้วยกระจกหรือพีวีซีมักจะหมองหรือด่างด้วยคราบสบู่ แก้ไขได้โดยทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจานผสมน้ำ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด และใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบน้ำให้แห้งหลังการใช้งาน หากต้องการให้กระจกเงางามให้เช็ดด้วยน้ำยาเช็ดกระจกหลังการใช้งาน

  • ผ้าม่านพลาสติก ที่ไว้ปิดบังความเป็นส่วนตัว ควรทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจานผสมน้ำ แล้ววล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วผึ่งให้แห้งโดยการตากลมดีกว่าตากแดดนะครับ เพราะจะไม่ทำให้ผ้าม่านสีจืดจางลงนั่นเองครับ



“ฝักบัว” จุดสัมผัสที่ต้องการความใส่ใจเป็นพิเศษ


ฝักบัว

ฝักบัว คือ จุดที่เราได้สัมผัสหรือใช้งานทุกครั้งที่อาบน้ำ เมื่อใช้ไปนาน ๆ อาจมีคราบสกปรกต่าง ๆ หรือคราบหินปูนสะสมอยู่ อาจจะทำให้น้ำที่ออกจากฝักบัวไหลได้ไม่สะดวก หรือไม่สะอาด เราจึงควรทำความสะอาดฝักบัวเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยหลังใช้งานเสร็จในแต่ละครั้ง หากไม่รีบเร่งจนเกินไป ให้ใช้ฟองน้ำขัดหรือเช็ดทำความสะอาดส่วนหัวของฝักบัวเบาๆ เพื่อป้องกันคราบสกปรกต่าง ๆ เกาะฝังแน่น แล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบน้ำที่เกาะฝักบัวให้แห้งก็สามารถช่วยได้ หรือหากมีคราบที่ัฝังแน่นจนขัดไม่ออกแนะนำให้แช่ส่วนหัวของฝักบัวลงในน้ำส้มสายชูผสมน้ำ (ในอัตราส่วน น้ำ 1 ขัน : น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ) โดยแช่ไว้ในถุงพลาสติกรัดปากถุงทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับการฝังแน่นของคราบ) แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดเช็ดด้วยผ้าสะอาดให้แห้ง เพียงเท่านี้เราก็จะได้ฝักบัวที่สะอาดเหมือนใหม่เลยครับ แต่ในปัจจุบันมีน้ำยาที่สามารถทำความสะอาดคราบหินปูนหรือคราบตะกรันโดยเฉพาะ ก็สามารถใช้แทนได้เลยครับ เท่านี้เราก็สามารถสบายใจได้ว่า คราบสกปรกต่าง ๆ ที่เกาะอยู่นั้นจะหมดไปครับ



“ก๊อกน้ำ” ยิ่งจับ ยิ่งต้องทำความสะอาด


ก๊อกน้ำ

ก๊อกน้ำ คือจุดที่เราสัมผัสทุกครั้งที่ใช้งานห้องน้ำ อาจมีคราบสกปรกหรือคราบน้ำทำให้แลดูไม่เงางามเหมือนใหม่ วิธีแก้ไขไม่ยากครับ หลังใช้งานก๊อกน้ำทุกครั้งหรือครั้งสุดท้ายของวัน ให้ใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดคราบน้ำให้แห้งครับ ก๊อกน้ำของเราก็จะเงางามเหมือนใหม่ทุกวันเลยครับ หรือใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจานผสมน้ำ ทำความสะอาดก๊อกน้ำ (สามารถทำความสะอาดได้พร้อมกันกับอ่างล้างหน้าได้เลยครับ) แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด และเช็ดให้แห้ง ควรทำความสะอาดเป็นประจำนะครับ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง หรือสามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับก๊อกน้ำโดยเฉพาะได้เลยครับ ง่าย สะดวกและรวดเร็ว



“พื้นกระเบื้อง” จุดสัมผัสที่ต้องใส่ใจ


พื้นกระเบื้องห้องน้ำ

ห้องน้ำ ถือเป็นหน้าตาของผู้เป็นเจ้าของ ที่สามารถบ่งบอกอะไรได้หลายอย่างเลยนะครับ แต่ที่สำคัญที่สุด คือ การรักษาความสะอาด พื้นห้องน้ำในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ใช้วัสดุที่เป็นกระเบื้องในการปูพื้น และกำแพง ซึ่งเหมาะสมกับการใช้งานในห้องน้ำ แต่ปัญหาที่พบบ่อยนั่น คือ คราบสกปรกบริเวณรอยต่อของพื้นกระเบื้อง หรือคราบเชื้อราตามรอยปูนยาแนว เนื่องจากห้องน้ำ เป็นห้องที่ต้องสัมผัสความชื้นตลอดเวลา การไหลเวียนของอากาศภายในห้องน้ำหรือแสงแดดอาจส่องถึงได้น้อย ซึ่งถือเป็น 1 ในสาเหตุที่ทำให้พื้นกระเบื้องเกิดคราบสกปรกฝังแน่น แต่ไม่ต้องกังวลครับ เราสามารถใช้แปรงสำหรับขัดพื้น ขัดจุดที่มีคราบดำ หรือแปรงสีฟันหากเป็นจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ และใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้นกระเบื้องร่วมด้วยอีกแรงครับ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้พื้นห้องน้ำและยาแนวก็จะดูสะอาด เหมือนใหม่ได้เลยครับ ขอแค่เราดูแลและใส่ใจห้องน้ำแบบสม่ำเสมอ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้งก็ได้ครับ ไม่เช่นนั้นหากเกิดคราบฝังแน่นเกินพลังมือขัดของเราแล้ว อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการยาแนวพื้นกระเบื้องใหม่ได้เลยนะครับ

!!! ข้อควรจำ !!! การทำความสะอาด ควรเปิดหน้าต่าง ประตูหรือช่องลม เพื่อระบายอากาศ และที่สำคัญต้องใส่ถุงมือด้วยนะครับ

ไม่ยากเลยใช่ไหมหล่ะครับ กับวิธีการดูแลรักษา 7 จุดในห้องน้ำที่ควรทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของห้องน้ำและผู้ใช้งาน